แมลง
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Subclass Apterygota
-
- Archaeognatha (bristletails)
- Thysanura (silverfish)
Subclass Pterygota
-
- Infraclass Paleoptera (Probably paraphyletic)
-
- Ephemeroptera (mayflies)
- Odonata (dragonflies and damselflies)
- Infraclass Neoptera
- Superorder Exopterygota
- Grylloblattodea (ice-crawlers)
- Mantophasmatodea (gladiators)
- Plecoptera (stoneflies)
- Embioptera (webspinners)
- Zoraptera (angel insects)
- Dermaptera (earwigs)
- Orthoptera (grasshoppers, etc)
- Phasmatodea (stick insects)
- Blattodea (cockroaches)
- Isoptera (termites)
- Mantodea (mantids)
- Psocoptera (booklice, barklice)
- Thysanoptera (thrips)
- Phthiraptera (lice)
- Hemiptera (true bugs)
- Superorder Endopterygota
- Hymenoptera (ants, bees, etc.)
- Coleoptera (beetles)
- Strepsiptera (twisted-winged parasites)
- Raphidioptera (snakeflies)
- Megaloptera (alderflies, etc.)
- Neuroptera (net-veined insects)
- Mecoptera (scorpionflies, etc.)
- Siphonaptera (fleas)
- Diptera (true flies)
- Trichoptera (caddisflies)
- Lepidoptera (butterflies, moths)
แมลง เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในคลาส Insecta หรือ Hexapoda (hexa=6, poda=เท้า )[1] เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดและมีการแพร่กระจายกว้างขวางที่สุดในไฟลัม Arthropoda และเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายมากที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหมด โดยมีมากกว่า 800,000 สปีชี่ส์ ซึ่งมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆรวมกัน แมลงพบได้ในเกือบทุกสภาพแวดล้อมในโลก แม้แต่ในทะเลยังพบแมลงบางชนิดได้ ประมาณไว้ว่า มี[ต้องการอ้างอิง]แมลงปอ 5,000 ชนิด ตั๊กแตนตำข้าว 2,000 ชนิด ตั๊กแตน 20,000 ชนิด ผีเสื้อ 170,000 ชนิด แมลงวัน 120,000 ชนิด มวน 8,200 ชนิด ด้วง 360,00 ชนิด ผึ้ง ต่อ แตน และมด 110,000 ชนิด ที่จำแนกชื่อแล้ว และเมื่อรวมกับชนิดที่ยังไม่ได้จำแนกชื่อประมาณว่าน่าจะมี 20 ล้าน ถึง 50 ล้านชนิด
แมลงตัวเต็มวัยในปัจจุบันมีขนาดตั้งแต่ 0.139 มม.[ต้องการอ้างอิง] คือ เตียนเบียน Myrmarid ชนิด Dicopomorpha echmepterygisถึงขนาด 55.5 ซม.[ต้องการอ้างอิง] คือ ตั๊กแตนกิ่งไม้ ชนิด Phoboeticus serratipes ส่วนแมลงที่หนักที่สุดที่มีการตีพิมพ์ คือ จิ้งโกร่งถ้ำ (Giant Weta; Order Orthoptera;Family Rhapidophoridae:Genus Deinacrida) หนัก 70 กรัม [ต้องการอ้างอิง] ส่วนแมลงที่หนักใกล้เคียงคือ ด้วงโกลิแอท (Goliathus goliatus,Goliathus regius) และ ด้วงหนวดยาวชนิด Titanus giganteusโดยยังไม่มีใครรู้แน่นอนว่าแมลง 3 ชนิดนี้ตัวใดหนักที่สุด การศึกษาเกี่ยวกับแมลงจัดอยู่ในสาขาวิชากีฏวิทยา บางทีเรียกผิดเป็นแมง
เนื้อหา |
[แก้] โครงสร้างทั่วไปของแมลง
แมลงมีลำตัวเป็นข้อปล้องติดต่อกัน แบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง [2]
[แก้] สัณฐานวิทยาและการเจริญเติบโต
- หนวด antenna
- ตาเดี่ยว ocelli ด้านล่าง (lower)
- ตาเดี่ยว ocelli ด้านบน (upper)
- ตารวม compound eye
- สมอง brain (cerebral ganglia)
- อกปล้องที่ 1prothorax
- dorsal artery
- tracheal tubes (trunk with spiracle)
- อกปล้องที่ 2mesothorax
- อกปล้องที่ 3metathorax
- ปีกคู่ที่ 1first wing
- ปีกคู่ที่ 2second wing
- กระเพาะอาหารส่วนกลาง mid-gut กระเพาะแท้ (stomach)
- หัวใจ heart
- รังไข่ ovary
ภาพไตรโลไบต์ ที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นบรรพบุรุษของแมลง[3] - กระเพาะอาหารส่วนท้าย hind-gut ลำไส้ (intestine, rectum & anus)
- รูขับถ่าย anus
- vagina
- ปมประสาท nerve chord (abdominal ganglia)
- ท่อขับถ่าย Malpighian tubes
- pillow
- เล็บ claws
- ตีน tarsi (หากมากว่า 1 ตีนจึงเรียก tarsus)
- tibia
- femur
- trochanter
- กระเพาะอาหารส่วนหน้า fore-gut กระเพาะพัก กึ๊น (crop, gizzard)
- ปมประสาทที่อก thoracic ganglion
- coxa
- ต่อมนำลาย salivary gland
- ปมประสาทใต้สมอง subesophageal ganglion
- ส่วนปาก mouthparts
แมลงมีกระดูกภายนอก (ส่วนแข็งที่ปกคลุมตัวสร้างจากไคติน) เมื่อเติบโตสมบูรณ์เต็มที่ร่างกายแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง ส่วนหัวเป็นที่ตั้งของ หนวด 1 คู่ ตารวม 1 คู่ และส่วนปาก ส่วนอก (3 ปล้อง) เป็นที่ตั้งของ มีขา 6 ขา (1 คู่ต่ออก 1 ปล้อง) ปีก 1 หรือ 2 คู่ หรืออาจไม่มีก็ได้ (ถ้ามีปีกจะอยู่ที่อกปล้องที่ 2 และ 3 อย่างละ1คู่) ส่วนท้อง (11 ปล้อง บางชนิดมี 6 -10 ปล้องเท่านั้น) เป็นที่ตั้งของรูหายใจ อวัยวะสืบพันธุ์ และขับถ่าย[4]
[แก้] หนวด
โดยทั่วไปแมลงมีหนวด 1 คู่ติดอยู่อยู่บริเวณส่วนหัวของแมลงทำหน้าที่รับสิ่งเร้าที่มากระตุ้นทั้งการสั่นสะเทือน(mechanosensory)และสารเคมี(chemosensory)ซึ่งสัณฐานหนวดมีลักษณะต่างกันแล้วแต่ชนิดของแมลง
โครงสร้างของหนวดแมลง ฐานหนวด เป็นปล้องแรกที่ยึดติดกับส่วนหัว โดยเชื่อมต่อเป็นจุดเดียว(monocondylic articulation) สามารถเคลื่อนไหวได้รอบทิศทาง ข้อต่อหนวด อยู่ถัดจากฐานหนวดมีขนาดเล็ก เส้นหนวด ปล้องหนวดแต่ละปล้องเรียงต่อกันเป็นเส้นหนวด
หนวดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มโดยพิจารณาจากกล้ามเนื้อ 1.Annulated Type 2.Semented Type
รูปร่างของหนวดมีอยู่ด้วยกัน 13 แบบ 1.หนวดแบบเส้นด้าย(filifrom)2.หนวดแบบเส้นขน(setaceous)3.หนวดแบบกระบอง(clavate)4.หนวดแบบลูกตุ้ม(capitate)5.หนวดแบบฟันเลื่อย(serrate)6.หนวดแบบลูกปัด(moniliform)7.หนวดแบบใบไม้(lamellate)8.หนวดแบบใบไผ่(flabellate)9.หนวดแบบพู่ขนนก(plumose)10.หนวดแบบฟันหวี(pectinate)11.หนวดแบบเส้นขนอาริสต้า(aristate)12.หนวดแบบเคียว(stylate)13.หนวดแบบหักข้อศอก(geniculate)
[แก้] ตาของแมลง
ตารวม (Compound eye)พบอยู่ 1 คู่ที่บริเวณด้านบนเยื้องไปทางด้านข้างของกะโหลกศีรษะแมลงบริเวณด้านข้างประกอบด้วยเลนส์เล็กๆหลายพันอันประกอบรวมกัน ตาย่อยแต่ละอันมีเลนส์รับภาพ ได้ภาพรวมที่เห็นจะเป็นแบบภาพเรียงกันหลายภาพ (mosaic image) ภาพไม่ชัดเจน แต่สามารถจับความเคลื่อนไหวของภาพได้ดี ทำหน้าที่ในการมองสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะการรับรู้ภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวได้เร็วทำให้สามารถล่าเหยื่อ หลบหลีกศัตรูได้ดี
ตาเดี่ยว (Occeli)มักพบจำนวน 1-3 ตาแล้วแต่ชนิดต่างกันไปในแมลงแต่ละชนิด และปรากฏอยู่ในแมลงทั้งในระยะตัวหนอน ( larvae ) ตัวอ่อน ( nymphs and naiads ) และ ตัวเต็มวัย ( adults ) แมลงส่วนใหญ่มักจะมีตาเดี่ยว 3 ตาเรียงกัน เป็น รูปสามเหลี่ยมบนศีรษะ ระหว่างตารวมทั้ง 2 ข้าง แมลงบางชนิดอาจไม่มีตาเดี่ยวเลย ตาเดี่ยวเป็นตาขนาดเล็ก ใช้ในการรับรู้แสงสว่าง รับรู้กลางวันและกลางคืน
[แก้] ระบบประสาท
ระบบนี้ตั้งอยู่ที่ด้านท้องของแมลง (ventral) มีส่วนประกอบคือสมอง และปมประสาท ส่วนหัวมีปมประสาท 6 คู่ โดย 3 คู่รวมกันเป็นสมอง อีก 3 คู่รวมกันเป็นปมประสาทใต้สมอง (subesophagial ganglian) ส่วนอกมีปมประสาท 3 ปม (1 ปม ต่อ 1 ปล้องอก) ส่วนท้องมีปมประสาท 8 ปมเล็ก (1 ปม ต่อ 1 ปล้องท้องที่ 1-8) และปมใหญ่ 1 ปม (caudal ganglion)
แมลงหลายชนิด มีการรวมตัว และลดรูปของปมประสาท เช่น แมลงสาบบางชนิด มีปมประสาทที่ท้องเพียง 6 ปมเล็ก กับ 1 ปล้องใหญ่ ต่อชนิด Vespa crabro มีปมประสาทที่อก 2 ปม ปมประสาทที่ท้อง 3 ปมเล็ก กับ 1 ปมใหญ่ และแมลงวันบ้าน (Musca domestica) ปมประสาทที่อก และปมประสาทเล็กที่ท้องรวมกันเป็น 1 ปม เท่านั้น เป็นต้น โครงสร้างแข็งภายนอก แมลงส่วนมากมีปีก 2 คู่ตั้งอยู่ที่อกล้องที่ 2 และ 3 อย่างละ 1 คู่ และเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดเดียวที่ได้พัฒนาให้บินได้ จึงทำให้พวกมันอยู่รอดได้ดี กระบวนการบินของแมลงยังไม่แน่ชัด เชื่อว่าใช้ระบบการเคลื่อนที่ของอากาศ กลุ่มแมลงโบราณใช้กล้ามเนื้อบังคับโครงสร้างปีกโดยตรง ส่วนกลุ่มแมลงที่พัฒนาปีกจะพับได้ และใช้กล้ามเนื้อบังคับผนังส่วนอก บังคับโครงสร้างปีกทางอ้อม
[แก้] ปีก
ปีกของแมลงมีลักษณะเป็นแผ่นแบน เกิดจากส่วนของผนังลำตัวทางด้านบนและด้านข้าง เกิดการขยายตัวออกมาทางด้านข้างประกบกันเป็นแผ่นปีกบริเวณไหนประกบกันสนิทจะเกิดเนื้อปีก (membran)บริเวณไหนประกบกันไม่สนิทจะเกิดเป็นเส้นปีก(vein)ซึ่งช่องว่างจะมีส่วนของเส้นประสาท ท่อลมและโลหิต
โครงสร้างของปีก
- เส้นปีก
- รอยโค้งบนปีก
- ขอบปีกแมลง
- มุมปีกแมลง
- พื้นที่ต่างๆบนปีก
เนื้อปีกของแมลง(wing membrane)
- อีไลทร้า(elytra) เนื้อปีกจะแข็งและหนามาก
- เทจมิน่า(tegmina) เนื้อปีกคล้ายคลึงกับหนังฟอก
- เฮมีไลท้รา (hemilytra) เนื้อปีกตรงฐานจะแข็ง ส่วนปลายปีกจะอ่อน
- เมมเบรน (membrane) เนื้อปีกจะมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อบางๆ
[แก้] การจัดจำแนก
- Class Insecta
- Subclass Archaeognatha
-
-
- Order Archaeognatha
-
-
- Subclass Dicondylia
-
-
- Order Zygentoma
-
-
- Subclass Pterygota
- Infraclass Neoptera
-
- Order Coleoptera
- Order Dermaptera
- Order Dictyoptera
- Order Diptera
- Order Embiidina
- Order Grylloblattodea
- Order Hemiptera
- Order Hymenoptera
- Order Isoptera
- Order Lepidoptera
- Order Mantophasmatodea (อันดับ นี้แยกออกมาใหม่เมื่อพ.ศ. 2545[5])
- Order Mecoptera
- Order Orthoptera
- Order Phasmatodea
- Order Phthiraptera
- Order Plecoptera
- Order Psocoptera
- Order Siphonaptera
- Order Strepsiptera
- Order Thysanoptera
- Order Trichoptera
- Order Zoraptera
- Superorder Neuropterida
- Order Megaloptera
- Order Neuroptera
- Order Raphidioptera
-
- Infraclass Palaeoptera
-
- Order Ephemeroptera
- Order Odonata
-
- Infraclass Neoptera
- Subclass Archaeognatha
[แก้] พฤติกรรม
แมลงหลายชนิดมีอวัยวะรับรู้สัมผัสที่ดีมาก บางครั้งอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าประสาทสัมผัสของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น ผึ้งสามารถเห็นแสงสีในสเปกตรัมของรังสีอุลตร้าไวโอเล็ต และผีเสื้อกลางคืนตัวผู้มีระบบประสาทรับกลิ่นที่สามารถรับกลิ่นของฟีโรโมนจากตัวเมียได้เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร [ต้องการอ้างอิง]
แมลงสังคมอย่างมดและผึ้ง เป็นตัวอย่างที่พบเห็นได้ง่ายที่สุดของสัตว์สังคม พวกมันอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่โดยแบ่งหน้าที่การงานกันอย่างเป็นระบบและเรียบร้อย บางครั้งอาณาจักรเช่นนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น superorganism ในภาษาไทยอาจเรียกได้ว่าแมลงวรรณะ
[แก้] แมลงอนุรักษ์
ความสามารถในการปรับตัวได้ดี สามารถดำรงเผ่าพันธุ์ได้ดีของสิ่งมีชีวิตในอันดับ Insecta หรือ Hexapoda ทำให้สิ่งมีชีวิตในกลุ่มของแมลงมีความหลากหลาย จำนวนชนิดมากกว่าในอันดับอื่นๆ และมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ความหลากหลายนั้นก็ทำให้แมลงบางชนิดสูญพันธุ์ หรือใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะหลายสาเหตุด้วยกัน จากความจำเพาะเจาะจงของพืชอาหารของแมลงชนิดนั้นลดน้อยหรือไม่มีในสภาพธรรมชาติ เนื่องจากความเสื่อมโทรมของป่าไม้ เช่น ผีเสื้อถุงทองที่มีพืชอาหารในระยะหนอนจากการกินกระเช้าสีดา อีกทั้งยังมีการลักลอบจับเป็นการค้า โดยเฉพาะแมลงที่มีความสวยงาม ได้แก่ กลุ่มผีเสื้อ และ กลุ่มด้วง
[แก้] ชนิดแมลงอนุรักษ์ในประเทศไทย
- แมลงที่มีการจับเพื่อการค้าสูง ซึ่งมีลักษณะสวยงาม ได้แก่ แมลงกลุ่มผีเสื้อ และแมลงกลุ่มด้วง ซึ่งผีเสื้อมีสีสรรสวยงาม ส่วนด้วงมีเขาสวยงาม
- แมลงที่หายาก ซึ่งดูจากพิพิธภัณฑ์แมลง ของกรมวิชาการเกษตร ที่เคยพบเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ต่อมาปัจจุบันไม่พบอีกเลย หรือพบน้อยมาก อันเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
- บัญชีรายชื่อในอนุสัญญา CITES (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Faunaand Flora) หรืออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าซึ่งพืชป่า และสัตว์ป่าที่กำลังใกล้สูญพันธุ์ ในบัญชีหมายเลข 2 ของอนุสัญญานี้ที่มีรายชื่อแมลงที่พบในประเทศไทยด้วย จำนวน 3 รายการ คือ ผีเสื้อถุงทอง ผีเสื้อไกเซอร์ และผีเสื้อภูฐาน ดังนั้นในการกำหนดชนิดแมลงอนุรักษ์จึงได้กำหนดแมลงทั้ง 3 รายการนี้เข้าไปด้วย[6]
[แก้] รายชื่อแมลงอนุรักษ์ในประเทศไทย[7] [8]
แมลงกลุ่มผีเสื้อ
- ผีเสื้อหางยาวตาเคียวปีกลายหยัก Actias maenas Doubleday
- ผีเสื้อหางยาวสี่ตาปีกลายหยัก Actias sinensis heterogyna Mell
- ผีเสื้อหางยาวตาเคียวปีกลายตรง Actias rhodopneuma Rober
- ผีเสื้อกลางคืนหางยาว Actias spp. ในประเทศไทยพบผีเสื้อกลางคืน(Moth)ชนิดนี้ 4 ชนิด ผีเสื้อหางยาวตาเคียวปีกลายตรง Actias maenas Doubleday,ผีเสื้อหางยาวตาเคียวปีกลายหยัก A. Rhodopneuma Rober,ผีเสื้อหางยาวสี่ตาปีกลายตรง A. selene Hubner และผีเสื้อหางยาวสี่ตาปีกลายหยัก A. Senensis heterogyna Mell
- ผีเสื้อหางยาวสี่ตาปีกลายตรง Actias selene Hubner
- ผีเสื้อภูฐานหรือผีเสื้อเชียงดาว Bhutanitis spp. กำหนดไว้ในบัญชีหมายเลข 2 ของอนุสัญญา CITES ในประเทศไทยพบเฉพาะBhutanitis lidderdalei Atkinson
- ผีเสื้อรักแร้ขาว Papilio protener euprotener Fruhstorfer
- ผีเสื้อกลางคืนค้างคาว Lyssa zampa Butler
- ผีเสื้อหางติ่งสะพายเขียว Papilio palinurus Fabricius
- ผีเสื้อไกเซอร์ Teinoppalpus spp. เป็นแมลงอนุรักษ์ ที่กำหนดไว้ในบัญชี หมายเลข 2 ของอนุสัญญา CITES ในประเทศไทยมีชนิดเดียว คือ ผีเสื้อไกเซอร์ Teinoppalpus imperialisimperatrix de' Niceville
- ผีเสื้อนางพญา Stichophthalma spp. เป็นผีเสื้อกลางวัน(Butterfly) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งในประเทศไทยพบ 3 ชนิด คือ
ผีเสื้อนางพญาพม่า Stichophthalma louisa Wood-Mason พบได้ที่ภาคเหนือของประเทศไทย ผีเสื้อนางพญาเขมร S. cambodia Hewitson พบได้ที่ภาคตะวันออกของประเทศ และผีเสื้อนางพญากอดเฟรย์ S. Godfreyi Rothschild พบได้ที่ภาคใต้ของประเทศไทย
- ผีเสื้อถุงทอง Trodes spp. เป็นแมลงอนุรักษ์ ที่กำหนดไว้ในบัญชีหมายเลข 2 ของอนุสัญญา CITES ในประเทศไทยที่พบแล้วมีอยู่หลายชนิด ได้แก่ ผีเสื้อถุงทองป่าสูง Trodes helena Linnaeus, ผีเสื้อถุงทองปักษ์ใต้ T. amphrysus Cramer
ผีเสื้อถุงทองธรรมดา T. aeacus Felder
- ผีเสื้อหางดาบตาลไหม้ Meandrusa sciron Leech
แมลงกลุ่มด้วง
[แก้] อ้างอิง
- ^ รองศาสตราจารย์ ดร.สาวิตรี มาไลยพันธุ์ (บรรณาธิการ). บทปฏิบัติการกีฏวิทยา. ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.กรุงเทพมหานคร. 2539
- ^ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรวรรณ อมรศักดิ์.สัญฐานวิทยาของแมลง.ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ . กรุงเทพมหานคร.
- ^ http://www.ento.agri.kps.ku.ac.th/ ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
- ^ ศาสตราจารย์ ดร. สุธรรม อารีกุล. บทปฏิบัติการกีฏวิทยาเบื้องต้น. ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร. 2510
- ^ Mike D. Picker, Jonathan F. Colville, and Simon van Noort. A New Insect Order with Extant Members in the Afrotropics. Science 297 (5586), 1475b.(30 August 2002)
- ^ แมลงอนุรักษ์ในประเทศไทย www.ento.agri.kps.ku.ac.th
- ^ ประกาศราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม ๑๑๑ ตอนที่ ๓๑ ก ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๗
- ^ บัญชีแบนท้ายกฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕
[แก้] ดูเพิ่ม